Wara さんのプロフィール.: GiGGoG 66 in Rungsit ...フォトブログリストその他 ツール ヘルプ

.: GiGGoG 66 in Rungsit :.

コンテンツが追加されていません。
12月13日

Silverlight

ช่วงนี้ไม่มีงานทำเลยนั่งอ่านโน้นนี้เล่น พอดีตอนนี้สนใจอยากจะเล่น VS.NET 2008 อ่า.... ตอนนี้ก้อกะลังพยายามหามาใช้อยู่
แล้วก้อหา ๆ ข้อมูลมันดู แล้วก้อไปเจอคำว่า Silverlight เข้าอะ เลยอยากรู้ว่ามันคืออะไร

พอหาอ่าน ๆ ดู เค้าบอกมันก้อคล้าย ๆ กะ Flash นะ แต่เป็นของ Microsoft .. ก้อเลยอยากรู้อีกว่ามันต่างกันยังไงมีใครพอรู้มั้งช่วยบอกหน่อย แล้วก้อมันต้องใช้ tools อะไรเขียน ใช้ VS.NET 2008 เขียนเลยได้ป่าว หรือต้องโหลดอะไรมาเพิ่มอ่า ?

ใครว่าง ๆ ลองมาเล่นกันเหอะ ... (จริง ๆ แล้วอยากหาคนสอน 555)
Homepage มัน !!!

11月27日

วันสอบ TestDaf, Prufungtag.

เริ่มที่วันสอบหละกัน ....
ich fange am Pruefungstag an.
 
13.11.2007
ตื่นมาตอนเช้า 7 โมงได้ รีบอาบน้ำแต่งตัวออกจากบ้านเลย ... ในใจแอบหวังให้วันนี้หิมะตก แบบว่าอยากเดินกลางหิมะดูอะ คงรู้สึกดีน่าดู
ich bin um 7 Uhr aufgewacht, und schnell zum Duchen gegangen. .. eingenlich hoffte ich, dass es schneit. weil ich unter Schnee gehen will.
Viellich fuhle mich sehr gut.
 
ไปถึงก้อเจอผู้คนมากมายที่มาสอบ ทั้งรู้จักและไม่รู้จัก เริ่มสอบ 10 โมง ไปถึงตั้งกะก่อนเก้าโมง เพราะในใบสอบแม่งบอกให้ไปก่อน 9.15
Als ich am Schule war, gab es vielle Leute, die nicht nur ich kenne, sondern auch nicht kenne.
Die Prufung hat um 10 Uhr angefangen, aber war ich da schon um 9, weil die Bescheinigung gesagt hat, dass muss man um 9.15 Uhr da sein
 
พอ 10 โมงก้อเริ่มสอบอ่าน ... ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง รู้สึกว่าทำได้วะ .. สุดยอดไปเลย Open-mouthed 
Um 10 Uhr haben wir Lesen Teil angefangen... Nach eine Stunde hatte ich gut Gefuhr, weil ich hab das geschafft.
 
แต่หลังจากนั้นก้อสอบฟังต่อ ... ที่นี้ดิ .. ความรู้สึกดี ๆ ทั้งหมดก้อหายวับไปกับตา Sad แม่งทำไม่ได้เลยเหอะ
Danach hab ich weiter Horen Teil gemacht. Das war sehr sehr schwer, dann war mein gutte Gefuhr weg.
 
แต่เราก้อไม่รู้สึกเศร้ามาก เพราะว่าคิดไว้แล้วว่าต้องประมานนี้แหละ ... หลังจากนั้นก้อพักแปบนึงแล้วสอบเขียนต่อ ... อันนี้ก้อพอทำได้อะ เขียนมั่ว ๆ ไป
Aber ich war nicht sehr traurig, weil ich gedacht hab, dass ich ungefahr das machen kann... Dann machten wir kleine Pause, und Danach machten wir Schrieflicher Ausdruck weiter.... Dieser Teil hab ich sack sack geschrieben. (nicht so viel denken)
 
เค้าให้เขียนบทความในหัวข้อ "รถยนต์ กะ สิ่งแวดล้อม" แล้วก้อมีกราฟให้อันนึง ... แล้วก้อให้คิดว่ามันเกี่ยวกันยังไง อะไรคือปัญหา และให้เสนอวิธีแก้ปัญหา ...
(Ich kann nicht mehr auf Deutsch schreiben. Wenn ich weiter schreibe, kann ich das nicht fertig schreiben, glaube ich)
 
กรูเขียนอะไรไป ขอไม่กล่าวถึงหละกัน แม่งอายวะ ...
 
 
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ... ได้มาสองหน้าครึ่ง ก้อรู้สึกพอใจอะนะ ถึงแม้ว่า จะเขียนวนไปวนมาก้อเหอะ ... คิดว่าพาสนี้มีสิทธิ์ผ่านได้เหมือนกัน Open-mouthed
 
 
หลังจากนั้นก้อต้องนั่งรออีกเกือบสองชั่วโมงเพื่อจะสอบพูดต่อ ... ช่วงนี้แหละแม่งโคตรตื่นเต้นเลย
 
 
ไปนั่งรอรวมกะคนอื่น ๆ ... แล้วก้อมีคนชวนกรูเล่นหมากรุกอะ ... จิง ๆ ก้ออยากเล่นอะ แต่เสือกเล่นไม่เป็นอะดิ Embarrassed
 
 
เลยต้องนั่งดูเค้าเล่นไปจนถึงเวลาสอบเลย ....
 
 
แล้วก้อเข้าไปสอบพูด ... พูดไรไปมั้งก้อไม่รู้ สอบเส็ดนี้จำไรไม่ได้เลย 555
 
 
แต่รู้สึกสบายใจอะ อย่างน้อยในที่สุดก้อสอบเส็ดแวว ... แล้วเพื่อนที่เรียนมาด้วยกัน ก้อชวนไปกินเบียร์ต่อ .... เราก้อตามเค้าปายยย
 
 
ตอนนั้นหิวมากอะ ... แต่ทั้งตัวมีอยู่สิบยูโร ... เบียร์แก้วนึงก้อสามยูโรแหละ .. เลยต้องแดกเบียร์ประทังชีวิตไปก่อนคร้าบบบ
 
 
หลังจากกรึ๊บเบียร์ไปครึ่งแก้ว (ประมาณ 2.5 ลิตร) กรูก้อเริ่มคุยกะเกาหลีที่นั่งตรงข้ามอย่างเพลิดเพลิน .. แล้วเกาหลีก้อเริ่มบ่นเกี่ยวกับอาจารย์ที่สอน
 
 
ว่ามาด่าแฟนมันโง่สุดในห้อง ... แล้วมันก้อโมโหเว้ย มันบอกว่าวันนี้ยังไม่ได้คุยอะไรก้ออาจารย์คนนั้นเลย ... ทันใดนั้น ท่านอาจารย์ก้อเดินเข้ามาในร้าน
 
 
แล้วแม่งเก้าอี้หัวโต๊ะ ซึ่งมีกรู แล้วก้อเกาหลีนั่งประกบอยู่แม่งเสือกว่างพอดี ... พี่แกก้อมานั่งตรงนั้นซิคร้าบบ ... เกาหลีก้อทำหน้าเซ็งเป็ดทันที 555
 
 
กรูก้อเซ็ง ... เมิงมานั่งนี้ กรูก้อนินทาเมิงไม่ได้อะดิ ... เราเลยต้องเปลี่ยนเรื่องคุยกัน ... แล้วอยู่ ๆ เกาหลีก้อพูดขึ้นมาว่า .. "เนี่ยรู้ป่าว ... จิง ๆ แล้วอะ
 
 
ยังมีเกาหลีบางกลุ่มอะ ที่ต่อต้านญี่ปุ่นอยู่" (เผื่อใครไม่รู้ .. เมื่อก่อนเกาหลีเป็นเมืองขึ้นญี่ปุ่นอะ) ... รู้สึกเราจะคุยกันเรื่องอาหารญี่ปุ่นอยู่มั้งตอนนั้น เพราะมีญี่ปุ่นอยู่ด้วยคนนึง
 
 
แล้วเค้าจะทำอาหารญี่ปุ่นให้กิน พอพูดจบเท่านั้นแหละ ... ญี่ปุ่นก้อขึ้นเลยคับ .. แม่งว่า ทำไมเกาหลีทุกคนแม่งต้องพูดอย่างงี้ด้วยวะ ชอบพูดว่าเกาหลีเกลียดญี่ปุ่น
 
 
หลังจากนั้นแม่งก้อนั่งทะเลาะกันไปอีกค่อนชั่วโมง โดยมีเกาหลีกะญี่ปุ่นเป็นตัวหลัก มีไอ้อาจารย์ค่อยช่วยเกาหลี .. แล้วก้อมีกรูนั่งฟัง (เพราะไม่มีปํญญาจะพูดอะไรมาก)
 
 
กรูเลยหันไปถามบราซิลข้าง ๆ ว่าคิดไง .. มันก้อบอกไม่รู้ดิ แต่ถ้ามีอาร์เจนฯ หรือเอกวาดอร์ อยู่แถวนี้หละก้อเมิง ... เจอกันแน่ 555
 
 
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ญี่ปุ่นก้อกับบ้าน .. เลยเลิกทะเลาะกันได้ ... แล้วก้อคุยอะไรกันกรูก้อเริ่มไม่รู้เรื่องแหละ ง่วงเว้ย ความสามารถในการฟังภาษาเยอรมันลดลง ...
 
 
เลยขอตัวกับบ้านเลย ...
 
 
นั่งรถไฟอีกรวมชั่วโมง .. แล้วก้อเดินหนาวอีกสิบนาทีก้อถึงบ้าน ... คุยกะพี่สาวแล้วก้อพี่เขยอีกแป๊บแล้วก้อเข้านอน ... จบแหละวันสอบ
11月11日

Anfang zum Tagebuch, จะเริ่มเขียนไดอะรี่แหละ

เมื่อวานพี่เขยแนะนำให้กรูเขียนไดอะรี่อะ .. เพื่อฝึกภาษา
Gestern hat mein Schwager mir gesagt, dass ich ein Tagebuch schreiben soll, um mein Deutsch zu verbessern.
 
เผื่อภาษาเยอรมันกรูมันจะได้ดีขึ้นมั้ง ก้อเลยว่าจะพยายามดู ปกติภาษาไทยกรูก้อไม่รู้จะเขียนอะไรแหละ
Viellicht wird mein Deutsch verbessern, dann versuche ich erst mal.
Normaleweise kann ich nicht viel auf Thai ein Tagebuch schreiben.
 
แล้วนี้จะล่อเป็นภาษาเยอรมันเลยอะ .. ถ้าใครมีเวลาว่างก้อมานั่งศึกษาชีวิตกรูฆ่าเวลาก้อได้นะ
Und jetzt schreib ich auf Deutsch. ... Wenn jemand viel Zeit hat, kann du mein Leben lernen.
 
จะเขียนแม่งสองภาษาเลย ภาษาไทยกรูจะได้ดีขึ้นด้วย  Open-mouthed
Ich glaube, dass ich auch auf Thai schreib. Viellicht  wird mein Thai auch verbessern. Open-mouthed
 
ขอให้สนุก กะชีวิตกรูเว้ย 555
Viel Spass mit mein Leben. 555
 
ปล. อ่านแล้วเม้นด้วยก้อดีนะ
ps. Schreib bitte Comment nach dem Lesen.
 
9月13日

7 วันแรกในเยอรมัน

6.9.2007
ถึงสนามบินแฟรงค์เฟริดตอนหกโมงเช้า ต้องรีบไปเอาของเพื่อเช็คอินบินต่อไปเบอลิน
หลังจากเช็คอินเสร็จเกิดหิวขึ้นมา แต่มีเวลาน้อยเลยแวะหาไรกินใกล้ ๆ แถวที่เช็คอินเลย ก้อมีร้านอาหารอยู่ร้านหนึ่งเลยแวะกินกัน

อาหารมื้อแรกของกรูในเยอรมัน
มีชื่ออย่างหรูว่า อาหารเช้าสไตล์ฝรั่งเศส (อยู่เยอรมันเสือกแดกอาหารฝรั่งเศส) หรือชื่อตามเมนูว่า Französische Frühstück
ราคารวมมื้อนั้น สามคนก้อประมาณ 20 ยูโร หรือประมาณ 1000 บาท
ประกอบไปด้วย คัวซอง 2 อัน แยม แล้วก้อเนย
เป็นอาหารมื้อแรกที่ประทับใจเฮี้ย ๆ เลย

หลังจากกินเสร็จ ก้อต่อเครื่องมาที่เบอลิน ถึงประมาณเก้าโมง .. มาถึง ด้วยความรีบเดินและระยะทางอันแสนสั้น เลยเดินเลยที่รับกระเป๋าแล้วออกมาข้างนอก
จากส่วนที่เป็นผู้โดยสารขาเข้า พอนึกได้จะกลับไปเอา แม่งไม่ยอมให้กลับเข้าไป ..

(ขอบ่นหน่อย)
คนเฝ้าประตูแม่งโคตรกวนเลย ก้อเห็นอยู่ว่าพวกกรูเพิ่งออกมา แต่มันก้อไม่ยอมให้กลับเข้าไป มันบอกว่า ออกแล้วออกเลยกลับเข้าไปไม่ได้แล้ว ถ้าจะเอากระเป๋า
ให้ไปติดต่อที่แผนกของหายเอา ... เลยต้องรอกระเป๋าอีกครึ่งค่อนชัวโมงกว่าจะได้ ...

หลังจากได้กระเป๋าก้อขับรถมาที่โรงแรม (วันแรกต้องนอนโรงแรม เพราะว่ากุญแจบ้านยังไม่มี ต้องรอไปเอาอีกวัน)
ตอนเย็นหาไรกินแถวโรงแรม ... ตกลงกันได้เป็นพิชซ่าแบบอิตาเลียน (เอาอีกแหละ อยู่เยอรมันแดกอาหารอิตาเลียน) เข้าไปกรูก้อนั่งมึนเหมือนเดิม
ดูเมนูไม่รู้เรื่องเลย เลยปล่อยให้คนอื่นเค้าสั่งกันไป .. ปรากฎได้พิซซ่ามาสองถาด (โคตรใหญ่อะ)

อาหารมื้อที่สองของกรูในเยอรมัน ...
ถาดแรกเป็นพิซซ่าที่ข้างบนโรยด้วยใบอะไรก้อไม่รู้ แต่พี่กรูบอกว่าเค้าเอาไว้ให้กระต่ายกิน กรูเลยลองถาดนี้ก่อนเลย
พอกินไอ้ใบนี้เข้าไปแทบอ้วกออกมาเลยทีเดียว ... แม่งโคตรจะหญ้าอะ มาแบบดิบ ๆ ไม่ต้องปรุงแต่งใด ๆ รสชาดโคตรอุบาทอะ
ตัวพิซซ่าเองก้อไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไร ... สรุปอาหารมื้อที่สองของกรูก้อทำเอาคิดถึงกับข้าวแม่ขึ้นมาเลยทีเดียว


7-10.9.2007
ช่วงนี้ไม่ค่อยจะมีอะไรเท่าไร ก้ออยู่ไปวัน ๆ ไปซื้อของ ทำโน่นทำนี้ ส่วนใหญ่ก้อแค่เดินตาม ๆ เค้าไป ไม่ได้ทำอะไรเองเลย
พอวันที่ 10 ก้อให้พี่เขยพานั่งรถไฟไปดูโรงเรียน เพราะวันรุ่งขึ้นกรูต้องฉายเดียวแล้ว ...

ครั้งแรกที่นั่งรถไฟ ...
ที่นี่แม่งดีวะ .. ซื้อตั๋วเที่ยวเดียวจะเปลี่ยนไปนั่งรถใต้ดินก้อได้ หรือเปลี่ยนกลับมานั่งข้างบนก้อได้ แล้วก้อไม่ค่อยจะมีคนตรวจตั๋วด้วย นาน ๆ เจอที
เราสามารถขึ้นไปนั่งได้เลยโดยไม่ต้องซื้อตั๋วก้อได้ ... แต่ถ้าโดยตรวจเจอก้อจ่ายค่าปรับกันอานอะ พี่เขยกรูบอกว่า ก้อประมาณ 50-60 ยูโรได้
เนื่องจากบ้านกรูอยู่บ้านนอกมาก ต้องเริ่มจากรถราง (จริง ๆ แล้วเป็นรถไฟถนนอะ ถ้าจะแปล) แล้วไปต่อรถไฟใต้ดิน กว่าจะถึงโรงเรียนก้อ 40 นาทีแหนะ
พอไปถึงก้อดูว่าโรงเรียนอยู่ไหนแล้วก้อกลับ .. ขากลับก้อเจอร้านขายของไทยด้วย เลยแวะซื้อของ คิดแล้วตลกวะ ของที่ซื้อแม่งอะไรก้อไม่รู้ ..
กรูซื้อ น้ำมันหอย ซอสพริก แล้วก้อมาม่ารสต้มยำกุ้งน้ำข้น
ซื้อเสร็จก้อกลับบ้าน ... นั่งรถอีก 40 นาที

11.9.2007
วันแรกแห่งการฉายเดียว ....
ตื่นมา 7 โมง (โดนพี่เขยปลุกด้วย) อาบน้ำแล้วก้อกินหนมปังแผ่นนึงกะแอปเปิลกันตายระหว่างทาง
ไปนั่งรถไฟคนเดียว ก้อตื่นเต้นเล็กน้อยว่าจะลงถูกอะป่าว .. เพราะในรถไฟแม่งพูดไรไม่รู้เรื่องเลย ฟังไม่ออก (แต่ตอนนี้ฟังออกแหละ)
ยังดีที่ในขบวนมันมีป้ายบอกว่าสถานีต่อไปคือสถานีอะไร

ไปถึงโรงเรียน .. ก้อได้เวลาของครั้งแรกแห่งการติดต่อกะคนเยอรมันแหละ ...
ถึงที่โรงเรียน ปรากฎแม่งปิด .. ตกใจเลย ก้อไหนบอกว่านัดกรูไว้ตอนแปดโมงสี่สิบห้า เลยเดินดูรอบ ๆ
เห็นทางเข้าเป็นบันไดขึ้นไปแล้วก้อมีป้ายชื่อของโรงเรียนติดอยู่ เลยเดินมั่วขึ้นไปเลย กัวชิบอะ ....
เข้าไปเรื่อย ๆ จนถึงโรงอาหารเลย กรูเลยตัดสินใจถามแม่ค้าในนั้นเอาว่าต้องทำไง .. ปรากฎคนแรกที่คุยด้วยเป็นแม่ค้าขายขนมปังไปซะงั้น
แถมไม่ใช่วันแรกด้วย แต่เป็นวันที่หกเข้าไปแหละ (ไม่นับพี่เขยกรูนะ รายนั้นแม่งจี้ให้กรูพูดทุกวัน)

บทพูด (แปลเป็นไทยแล้ว)
กรู : หวัดดี(ตอนเช้า)ครับ เออ อ อ ออฟ ฟิต อยู่ที่ไหนครับ
แม่ค้า : คุณก้อเดินกลับไปทางที่ขึ้นมาลงบันไดไป เลี้ยวขวา มันอยู่ตรงริมถนนเลยคะ
กรู (คิด) : อ่าว ก้อไอ้ที่มันปิดนิ
กรู : ตะ แต่ ว่า มันยัง มะ ไม่ ...
แม่ค้า : อ่า ใช่ ตอนนี้มันยังไม่เปิดนิ คุณต้องรอถึงประมาณเก้าโมงอะคะ ลองดูอีกทีนะคะ
กรู : โอเคคร้าบบ ขอบคุณคร้าบบบ

แล้วกรูก้อเดินไปดูอีกทีมันก้อเปิดแหละ ... แม่งต้องหลอกให้กรูตกใจเล่นก่อน
เสร็จแล้วก้อต้องเข้าไปลุยกะคนในออฟฟิตอีก .. ก้อประมาณเดิมอะ พูดติด ๆ ขัด ๆ  ไปเรื่อย เสร็จแล้วมันก้อบอกให้กรูไปลองเรียนดูว่าโอป่าว
แล้วกับมาบอกมันตอนพัก ..
 
ในห้องเรียน ... วันแรก
เข้าไปเจอนิโกลผู้ชายคนนึงนั่งอยู่ กะผู้หญิงสองคนที่คิดว่าน่าจะเป็นคนจีน กรูถึงขั้นตกใจเลยที่เดียวเมื่อเห็นผู้หญิงสองคนนั้นแม่งพูดเยอรมันกันยิก ๆ
ที่ตกใจก้อเพราะ .. แม่งถึงขั้นไม่ใช้ภาษาแม่กันแล้ว ... ช่างร้ายกาจจิง ๆ เลย แต่ต่อมาปรากฎว่าคนนึงเป็นคนจีน ส่วนอีกคนเป็นเกาหลี มันเลยต้องใช้ภาษาเยอรมันคุยกัน

ตอนเรียนก้อไม่มีอะไรมาก ... อาจารย์ก้อพูดเร็วนิดหน่อย แต่ที่แย่อะคือ คนอื่นนี้ดิ .. ฟังแทบไม่ออกอะ .. แต่ละคนสำเนียงสุดยอดอะ
มีทั้งแอฟริกา จีน เกาหลี โปแลน .... ต้องใช้สมาธิอย่างสูง แต่ก้อโอเคอะ เรียนได้ (เพราะเรียนซ้ำ ที่เคยเรียนที่ไทยมาแล้ว)
เรียนเสร็จก้อไปหาซื้อปลั๊กที่แปลงจากหัวที่ใช้ในไทย ให้มาใช้ที่นี่ได้ เพราะโน๊ตบุ๊คกรูแบตหมดแล้วเลยต้องรีบหาซื้อ (ซื้อมาจากไทยแหละ แต่มันใช้ไม่ได้)
ไม่รู้จะเริ่มยังไง เลยเดินไปที่ร้านขายของไทย เพราะกรูรู้สึกว่าเจ้าของร้านเป็นคนไทยแน่อะ เลยลองดู
ปรากฎว่าใช่คนไทยด้วย โคตรโชคดีอะ ... เสร็จแล้วก้อถามเค้าว่าจะไปซื้อได้ที่ไหน เค้าก้อบอกมาใหญ่เลย แต่กรูหาไม่เจอซักกะร้าน ... เจออยู่ที่นึงเป็นห้างใหญ่มาก
เดินอยู่นาน .. ในที่สุดก้อเจอ .. แม่ง อันละ 7.99 ยูโร ก้อประมาณ สี่ร้อยบาท ..... โคตรเซ็งอะ แต่ก้อกัดฟันซื้อไป

เสร็จแล้วก้อหิวข้าว .. แต่ยังกับบ้านไม่ได้เพราะต้องรอโทรสับคุยกะสุดที่รักก่อน .. เลยจำเป็นต้องหาไรกินแถวนั้นไป ในหัวตอนนั้นก้อรู้จักแต่ เดอเนอ อะ
เดอเนอ คืออาหารตุรกี(มั้ง) ที่เป็นหมูย่าง(แล่บาง ๆ เอาเฉพาะส่วนที่มันเกรียม ๆ ) ยัดเข้าไปในขนมปัง แล้วก้อใส่ผักหน้าตาเหมือนแซนวิสอะแหละ
หลังจากเดินวนอยู่นาน ก้อตัดสินใจได้ว่าจะเอาร้านไหนดี (แถวนั้นมีแต่ร้านตุรกี .. เพียบ) ตอนซื้อนี้โคตรตื้นเต้นอะ เดินเข้าไปบอกตาลุงที่นั่งอยู่ แม่งก้อทำเป็นไม่สนใจกรู
ถึงขั้นอายเลยทีเดียว .. แต่แล้วตาลุงก้อชี้ให้ไปสั่งกะอีกคนหนึ่ง .. เป็นวัยรุ่นอะ กรูก้อคุยไม่รู้เรื่องอีกแหละ แม่งพูดโครตเร็วเลย แต่ก้อมั่ว ๆ ไปได้

เสร็จแล้วก้อต้องไปทำบัตร เอาไว้ลดราคาค่ารถไฟอีก ก้อเดินมั่วเข้าไป ถามเค้าเสร็จเค้าก้อขอดูบัตรนักเรียนกรู ปรากฎแม่งใช้ไม่ได้ โดนด่าอีก อายเลย
แล้วก้อไปร้านโทสับต่อ ร้านนี้แม่งก้อตุรกีอีกอะ ...
เข้าไปมันเป็นห้อง ๆ แล้วก้อมีโทสับอยู่ข้างใน แล้วก้อบอกมันว่าจะโท มันจะบอกเบอร์ห้องแล้วให้เข้าไปโท .... พอเข้าไป กรูก้อกดเบอร์เลย
แต่กรูกดแค่ 66 อะ ไม่รู้ว่ามันต้องกด 0066 มันเลยโทไม่ติด ก้อเดินออกมาถาม

กรู : เออ จะต้องทำยังไง มัน ถึงจะโท ได้อะ
ตุรกี : ก้อง่ายมากเลย(จำแม่นมากคำนี้) ก้อกดเบอร์แล้วมันก้อได้แล้ว
กรู : แต่ผมลองกดแล้ว มันไม่ ได้นิ
ตุรกี : ไม่ได้เหรอ ?
กรู : ช่าย ไม่ได้ แล้วจะโทไปไทย มันต้องทำยังไงหละ (ที่อยากรู้อะคือต้องกดอะไรก่อน)
ตุรกี : ไม่รู้ซิ ผมไม่ใช่คนไทยนิ คุณเป็นคนไทย คุณก้อต้องรู้สิ (ดูแม่งตอบ น่ากระโดดทีบจิง ๆ )
กรู : โอเค งั้น เด๊ยวผมลองอีกที

มันก้อเปลี่ยนห้องให้ แล้วกรูก้อมั่วอยู่อีกประมาณห้านาที กว่าจะโทได้ ... แม่งนับตอนกรูนั่งมั่วอยู่ด้วย เสียไปทั้งหมด 2.5 ยูโรแหนะ

12.9.2007
ตื่นมาเจ็ดโมง .. แดกหนมปังแล้วก้อออกจากบ้าน
วันนี้เริ่มชินกะการนั่งรถไฟแหละ เลยไม่มีอะไรมาก ไปถึงห้องเรียน
วันนี้มีคนมาเพิ่มอีก .. แม่งไม่รู้มีกี่คนกันแน่ ดันมีคนนึง เป็นคนจีน แม่งพูดมากสาดดดด อะ
เรียนสามชั่วโมงแม่งพูดไปคนเดียวชั่วโมงนึงมั้ง กรูนี้เซ็งเลย อยากย้ายห้องเลยทีเดียว

พอตอนพัก .. กรูก้อต้องเข้าไปถามคนในออฟฟิตว่าจะทำยังไงถึงจะใช้เน็ตของที่นี้ได้ ตอนแรกก้อไม่มีอะไร เค้าก้อขอบัตรนักเรียนกรู แล้วก้อพิมกระดาษให้ใบนึง
แล้วก้อบอกกรูว่า สิ่งที่กรูต้องทำอยู่ในนี้หมดแล้ว ... กรูเลยถามต่อไปอีกหน่อย (เป็นการฝึกพูดไปในตัว) ว่า แล้วมันจะใช้ได้ถึงเมื่อไร
แม่งตอบกับมาประมาณไอ้ตุรกีเมื่อวานเลย แม่งบอกว่า ฉันก้อไม่รู้เหมือนกัน คุณก้อหาดูในกระดาษนั้นแหละ มันมีบอกทุกอย่างแล้ว
ทำให้กรูได้สัจจะธรรมมาข้อนึง คือ อย่าถามอะไรที่มันนอกเหนือหน้าที่ของคนนั้น ๆ เพราะแม่งจะตอบแบบนี้กับมา

เรียนเสร็จก้อไปโทสับอีก ... วันนี้คุยกะไอ้ตุรกีง่ายหน่อย .. แต่ปรากฎว่าโทแล้วไม่มีคนรับ เลยรีบออกมา
ไอ้ตุรกีก้อถามว่า ... ใช้ไม่ได้เหรอ กรูก้อบอกว่า ช่ายยย ใช้ไม่ได้ แล้วก้อเดินออกมาเลย

เสร็จแล้วก้อกลับมาต้มมาม่ากินที่บ้าน ที่บ้านกรูแม่ง แฮมหาง่ายกว่าหมูอีก มีอยู่ในตู้เย็นตลอดเวลา
อยากกินหมู .. แต่ต้องแดกแฮม ไม่เหมือนตอนอยู่ไทยเลย
แล้วก้อหมดแหละ ... ตอนเย็นแดกหนมปังกะแฮมอีกรอบ จัดปายยยย

ยาวเยียดอะ .. ขอบคุณทุกท่าน ที่ตั้งใจอ่านจนจบ หรือไม่จบก้อตาม .....
สุดท้าย   เม้นให้ด้วย ....

 

 

5月17日

MV - Mika - Grace Kelly

(เพลงมันกวนตีนดีอะ ... ชอบ)

Do I attract you?
Do I repulse you with my queasy smile?
Am I too dirty?
Am I too flirty?
Do I like what you like?

I could be wholesome
I could be loathsome
I guess Im a little bit shy
Why dont you like me?
Why dont you like me without making me try?

I try to be like Grace Kelly
But all her looks were too sad
So I try a little Freddie
Ive gone identity mad!

I could be brown
I could be blue
I could be violet sky
I could be hurtful
I could be purple
I could be anything you like
Gotta be green
Gotta be mean
Gotta be everything more
Why dont you like me?
Why dont you like me?
Why dont you walk out the door!

How can I help it
How can I help it
How can I help what you think?
Hello my baby
Hello my baby
Putting my life on the brink
Why dont yo like me
[ Grace Kelly lyrics found on http://www.completealbumlyrics.com ]
Why dont you like me
Why dont you like yourself?
Should I bend over?
Should I look older just to be put on the shelf?

I try to be like Grace Kelly
But all her looks were too sad
So I try a little Freddie
Ive gone identity mad!

I could be brown
I could be blue
I could be violet sky
I could be hurtful
I could be purple
I could be anything you like
Gotta be green
Gotta be mean
Gotta be everything more
Why dont you like me?
Why dont you like me?
Why dont you walk out the door!

Say what you want to satisfy yourself
But you only want what everybody else says you should want

I could be brown
I could be blue
I could be violet sky
I could be hurtful
I could be purple
I could be anything you like
Gotta be green
Gotta be mean
Gotta be everything more
Why dont you like me?
Why dont you like me?
Why dont you walk out the door!
 

Jaksucheewinnimit Wara

Um~~~~
全 1 枚中 1 枚目